บริเวณต้นโพธิ์ ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี

บริเวณต้นโพธิ์ ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี

 

                    

                                                                                               เจ้าอาวาส  วัดไตรคลองข่อย  อ. โพธาราม  จ. ราชบุรี  

                                            โทร. 089-515-5735                                     

                                                               

                  

       วัดไตรคลองข่อย เป็นวัดโบราณ เป็นวัดร้าง มีต้นไม้ปกคลุม เป็นป่ารก สร้างเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ป้จจุบันได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดกลางคลองข่อย สถานที่ตั้งอยู่ที่ ๘๒ หมู่ ๔ ต. คลองข่อย อ. โพธาราม จ. ราชบุรี  มีเนื้อที่โดยประมาณ ๑๑ ไร่ ด้านหน้าวัดหันไปทางแม่น้ำแม่กลอง

        ต่อมาเมื่อ ร.ศ. ๕๙ = พ.ศ. ๒๓๘๔ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี เสด็จธุดงค์ไปพบวัดร้างแห่งนี้ คือวัดไตรคลองข่อย และได้ปักกลดพักแรมอยู่ ปัจจุบันคือบริเวณต้นโพธิ์ใหญ่ กลางลานวัด ในครั้งนั้นพระองค์ทรงสร้างพระสมเด็จข้างเม็ดบัวทองคำ ซึ่งชาวจีนนำทองคำมาถวาย (ทราบตามแผ่นจารึกที่ทรงจารไว้) ๑๐๘ องค์ ให้หลวงจีนซัวไซ และลูกเรือ ๓๙ องค์ ที่เหลือทรงบรรจุไว้ในพระเจดีย์ใหญ่ของวัดไตรคลองข่อย และในปีต่อๆมา ทรงสร้างวัตถุมงคลอื่นๆอีกหลายอย่าง เช่น พระสมเด็จแหวกม่านปางดีดน้ำพระมนต์ ร.ศ.  ๖๐, พระสมเด็จพระเจ้าห้าเมือง ร.ศ. ๖๑, พระสมเด็จเม็ดพระทาษ ร.ศ. ๖๒,   พระรูปเหมือนเนื้อผง ขนาดหน้าตัก ๑๗ นิ้ว ร.ศ.  ๖๓, พระสมเด็จมหาอำนาจ ร.ศ. ๖๓, พระกริ่งพระรูปเหมือนทองคำ ร.ศ. ๖๓,  พระกริ่งเนื้อผง รักรบราชบุรี (แจกทหารหาญ รักษาพระองค์ วังหลวง เมื่อนำทัพมารบกับพม่า และได้เมืองราชบุรีคืน) ร.ศ. ๖๓, พระสมเด็จหลัง ร. ๕ เนื้อทองคำ เงิน ทองแดง และสัมฤทธิ์ ร.ศ. ๖๕,  พระซุ้มกอ ร.ศ. ๗๐ เป็นต้น

        ในระหว่างที่ทรงจำพรรษาอยู่ที่วัดไตรคลองข่อยนั้นเป็นระยะเวลา ๑๒ ปี ทุกเย็นวันพฤหัสบดีได้เสด็จไปยังถ้ำ ๑๒ คูหา ซึ่งอยู่ในป่าลึกเขตทางภาคเหนือของจังหวัดกาญจนบุรี (ตามที่พบในแผ่นจารึก) ณ ที่นี่เองทรงพบกับท่านชินปัญชระ บอกสิ่งของที่จะใช้ในการสร้างพระอยู่ภายในถ้ำนี้ หากท่านผู้อ่านได้ใช้วิจารณญาณแล้วก็จะเกิดคำถามว่า ระยะทางจากวัดไตรคลองข่อย  จ. ราชบุรี ไปยัง ถ้ำ ๑๒ คูหา จ. กาญจนบุรี นั้น มีระยะทางร้อยๆ กิโลเมตร พระองค์ท่านเสด็จไปโดยวิธีใด? เป็นเรื่องที่น่าคิด น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง...  (เพราะพระองค์ท่านไม่ใช่พระสมมุติสงฆ์ธรรมดา อย่างที่หลายๆท่านเข้าใจ...)

         เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๓ กระผม และสมาชิก ชมรม SomdejTo.com ได้เดินทางศึกษานอกสถานที่ ยังวัดไตรคลองข่อย จ. ราชบุรี ได้แสดงความประสงค์ต่อ ท่านเจ้าอาวาสวัด และมัคทายก ที่จะสร้างพระรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ปางพระมหาโพธิสัตว์เจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ประทับนั่งบนบัลลังก์พญานาคราช ๓ ชั้น ๗ เศียร ขนาดหน้าตัก ๘๕ นิ้ว (เท่ากับพระชันษาของพระองค์ท่าน) และสร้างศาลากันแดดกันฝนครอบไว้ในเนื้อที่ 1 ไร่ มีลานจอดรถ และห้องน้ำพร้อม เพื่อเป็นการยืนยันพระมหาบารมีของพระองค์ท่านว่า... พระองค์ท่านได้มาสถิต และสร้างวัตถุมงคลไว้ ณ สถานที่นี้ จริง และตกทอดมาถึงกระผม อย่างละไม่กี่องค์ จึงนำมาทำประโยชน์ให้กับวัดนี้   กระผมจึงได้ปรึกษากับท่านทั้งสองว่า จะนำพระที่พระองค์ท่านสร้างที่วัดไตรคลองข่อย สมัยที่พระองค์ท่านยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ออกมาให้ผู้ที่มีจิตเลื่อมใสศรัทธาทำบุญ เพื่อรวบรวมเงินมาสร้างพระรูปเหมือนดังกล่าว ฝ่ายกระผมจะไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยจะตั้งคณะกรรมการ 4 ท่าน มีเจ้าอาวาส และบุคคลอื่นอีก ๑ ท่าน รวมเป็น ๒ ท่าน เป็นตัวแทนฝ่ายวัด ตัวแทนฝ่ายกระผม ๒ ท่าน เพื่อการประสานงานและการทำงาน ท่านเจ้าอาวาส และมัคทายก ได้ตอบรับข้อเสนอนี้เป็นอย่างดีมาก

         วัตถุมงคลที่ได้กำหนดให้ท่านที่เลื่อมใสศรัทธาได้ทำบุญ มีดังนี้:-

          ๑.   พระสมเด็จข้างเม็ดบัวทองคำ สร้างเมื่อ ร.ศ. ๕๙ = พ.ศ. ๒๓๘๔ ราคาเช่าบูชา องค์ละ ๔ ล้านบาท (มีแผ่นจารึก)

 

 

 

          ๒.   พระสมเ็ด็จแหวกม่านปางดีดน้ำพระมนต์ สร้างเมื่อ ร.ศ. ๖๐ = พ.ศ. ๒๓๘๕ ราคาเช่าบูชา องค์ละ ๒ ล้านบาท (มีแผ่นจารึก)

 

      

 

 

          ๓.   พระสมเด็จซุ้มกอ สร้างเมื่อ ร.ศ. ๗๐ = พ.ศ. ๒๓๙๕ ราคาเช่าบูชาองค์ละ ๑ ล้านบาท (มีแผ่นจารึก)

 

              

        

 

             หมายเหตุ                   

                       ๑.   ผู้ที่สนใจจะเช่าบูชา ติดต่อได้ที่เจ้าอาวาสวัดไตรคลองข่อยเท่านั้น  (เพราะของมีจำนวนน้อยมาก)

                             เบอร์โทรศัพท์ 089-515-5735

                       ๒.   กระผมจะมอบเงินที่ได้จากการเช่าบูชาพระในครั้งนี้ เป็นค่าซื้อที่ดิน และค่าก่อสร้างทั้งหมด

                                                                                        

                                                                                                                                       ขอบคุณครับ

                                                                                                                          อาจารย์ระฆัง   อริยทันโตศรี