|
|
||||||||||||||||||||||
|
"ชาติไทย" มีกำเนิดมาอย่างไรนั้น ใครจะคิดอย่างไร? จะรับรู้มาอย่างไร? ก็เป็นเรื่องของแต่ละท่าน (จะว่ามาจากเทือกเขาอัลไต แม่น้ำแยงซีเกียง หรืออยู่ที่นี่มานานแล้ว ก็ตาม) แต่สำหรับผมนั้น ผมรับรู้มาว่า ชาติไทยเรานั้น เริ่มก่อตั้งขึ้นมานานมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ปีมาแล้ว... โดย สมเด็จพระพ่อเจ้า โต พรหมรังสี ในพระชาตินั้น ประสูติเป็นลูกกษัตริย์ แถบประเทศอินเดีย พระราชบิดาทรงมีพระราชโอรสหลายพระองค์ ซึ่งหากพระองค์จะขึ้นมาเป็นกษัตริย์ปกครองบ้านเมือง จะทำให้พี่น้องต้องตายกันอย่างมากมาย พระองค์จึงตัดสินใจ ออกจากเมืองพร้อมด้วยบริวาร ๕,๐๐๐ คน ออกเดินทางมาทางบก เดินเท้ามาเรื่อยๆ ผ่านทางตอนเหนือของพม่า แล้วเข้ามาทางประเทศไทยตอนเหนือ ผ่าน ๑๒ ปันนา เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ สุโขทัย ลพบุรี ชัยนาท สุพรรณ กาญจน์ เรื่อยมา ซึ่งเป็นที่ราบภาคกลาง โดยตั้งเมืองแล้วโยกย้ายหลายครั้งหลายหน และมาตั้งบ้านเมืองมั่นคง ชื่อว่า "พลิบพลี" คือ จังหวัดเพชรบุรี ติดต่ออาณาเขต วัดรางบัว (ราชบุรี ก่อน พ.ศ. ๓๐๐) ทรงเป็นกษัตริย์ปกครองเป็นพระองค์แรก ทรงพระนามว่า "พระเจ้าแสงตะวัน" มีพระโอรสพระนามว่า "พระเจ้าตะวันอธิราช" และทรงได้ขึ้นครองราชย์ต่อมา เมืองพลิบพลี มีกษัตริย์ปกครองต่อๆ มาอีกหลายพระองค์ จากเมืองพลิบพลี กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป พร้อมด้วยชาติและภพ จิตใจอันมุ่งมั่นที่จะสร้างประเทศไทยให้เป็นปึกแผ่น สมเด็จพระพ่อเจ้า โต พรหมรังสี และลูกหลานบริวาร จึงได้กลับชาติมาเกิดอีกหลายครั้ง ผ่านมาทางกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท และเข้ามาทางลพบุรี ก็สร้างเป็นเมือง เรียกว่า นครชัยปราการ (ราว พ.ศ. ๑๖๐๐) สมัยทวาราวดี มีพระเจ้าพรหมมหาราช เป็นกษัตริย์ ยุคทวาราวดีนี้ มีอายุราว ๑,๐๐๐ ปี มาแล้ว และมีเมืองต่างๆ ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น เช่น นครตักศิลาวดี นครปฐม เมืองท้าวแสนปม ปากน้ำโพ นครสวรรค์ เมืองกำแพงเพชร ลานนา หริภุญไชย และเมืองสุโขทัย เป็นต้น จากทวาราวดี หรือ อมรวดี ก็เข้าสู่ ยุคกรุงสุโขทัย มี พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ หรือพ่อขุนบางกลางท่าว หรือพ่อขุนบางกลางหาว (สมเด็จพระพ่อเจ้า โต พรหมรังสี ทรงแบ่งภาคลงมาเกิด) ร่วมกับพ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราด ทรงเป็นกษัตริย์ที่รวบรวมแว่นแคว้นต่างๆ ทางภาคเหนือ ให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง ทรงมีพระมเหสี ทรงพระนามว่า แม่ย่าเสือง หรือ สมเด็จพระแม่เจ้าศรีกตัญญูพนมเกศ ทรงมีพระโอรส คือ พ่อขุนบาลเมือง และพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ได้ขึ้นครองราชย์ต่อมา ทรงแผ่ขยายอาณาจักรไทยออกไปอย่างกว้างขวาง ต่อจากพระราชบิดา ในสมัยพระยาลิไท กษัตริย์ องค์ที่ ๕ ได้เกิดวรรณกรรมที่มีค่า คือ ไตรภูมิพระร่วง เปิดนรก เปิดสวรรค์ กรุงสุโขทัยมีกษัตริย์ปกครองทั้งหมด ๖ พระองค์ เมื่ออาณาจักรสุโขทัยอ่อนแอลง ก็เกิดกรุงศรีอยุธยา มีพระเจ้าอู่ทองเป็นปฐมบรมกษัตริย์ พระเจ้าอู่ทองนั้น คือ สมเด็จพระแม่เจ้าอรหันตสาวิกา พระคู่บุญคู่บารมีของสมเด็จพระพ่อเจ้า โต พรหมรังสี ทรงอธิษฐานมาเกิดเป็นชาย เพื่อช่วยสมเด็จพระพ่อเจ้าฯ สร้างประเทศไทย และทรงทำหน้าที่รวบรวมแว่นแคว้น ผู้คน สร้างเป็นกรุงศรีอยุธยาขึ้นมา กรุงศรีอยุธยา มีกษัตริย์ปกครอง ๓๓ พระองค์ มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ประเทศต่างๆ เช่น จีน โปรตุเกส ฮอลันดา ก็อยากเข้ามาค้าขายด้วย แล้วในที่สุดได้เกิดเหตุเสียกรุงให้กับพม่าข้าศึก ถึง ๒ ครั้ง ครั้งแรก ช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนต้นต่อตอนกลาง ได้เกิด คนดีศรีอยุธยา คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พระอิศวร หรือพระอินทร์ ทรงแบ่งภาคลงมาเกิด) ทรงกอบกู้เอกราชได้ ภายใน ๑๕ ปี พม่าไม่กล้าเข้ามารุกรานประเทศไทยถึง ๑๕๐ ปี เมื่อเสียกรุง ครั้งที่ ๒ ช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย บ้านเมืองถูกเผาวอดวาย ทั้งเวียงวัง วัดวาอาราม ถูกเผาไปสิ้น เนื่องจากผู้นำหรือกษัตริย์อ่อนแอ ขุนนางไม่มีความสามัคคี เกิดการขายชาติขึ้น (เหมือนในขณะนี้) และได้เกิด คนดีศรีอยุธยา อีกหนึ่งพระองค์ คือ สมเด็จเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระอิศวร หรือพระอินทร์ ทรงแบ่งภาคมาเกิด เช่นเดียวกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) ทรงกู้ชาติไทย ได้ภายใน ๑๔ เดือน และทรงก่อตั้งเมืองใหม่ คือ กรุงธนบุรี และมีกษัตริย์ปกครองเพียงพระองค์เดียว ต่อมาสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก หรือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์ และทรงสร้างพระนครขึ้นมาใหม่ นามว่า กรุงเทพมหานครฯ เป็นการเริ่มต้น กรุงรัตนโกสินทร์ ราชวงศ์จักรี ในปัจจุบัน นี่คืิิอ "ประเทศไทย" ราชวงศ์จักรี มีกษัตริย์ปกครอง จากรัชกาลที่ ๑ ถึง ๙ รัชกาล และจะมี รัชกาล ที่ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ และต่อๆไปอีกหลายพระองค์ ตามคำทำนายของสมเด็จพระพ่อเจ้าโต พรหมรังสี ความเจริญรุ่งเรืองก็เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ ถึงแม้ใน รัชกาลที่ ๑ ถึง ๓ ก็ยังมีการรบราฆ่่าฟันกับพม่าข้าศึกอยู่เป็นระยะๆ ในหัวเมืองต่างๆ และเกิดสงครามหลายครั้ง เช่น สงครามเก้าทัพ เป็นต้น และในขณะเดียวกัน ก็มีการทำการค้ากับต่างประเทศที่ต่อเนื่องมาจากกรุงธนบุรี รัชกาลที่ ๔ ที่ ๕ ก็มีการติดต่อกับชาวต่างชาติมากขึ้น มีการพัฒนาบ้านเมืองขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง รัชกาลที่ ๖จนถึงปัจจุบัน รัชกาลที่ ๙ ในความเห็นของผม แผนที่ประเทศไทย เป็นรูปขวานทอง มีสัดส่วนที่สวยงามที่สุด สวยงามกว่าแผนที่ประเทศใดๆ ในโลกนี้ จึงขอระบายความอัดอั้น... เพื่อให้ทุกท่านได้ทราบว่า อย่ามัวหลงใหลได้ปลื้ม ร้องรำทำเพลง สนุกสนาน เพลิดเพลินกันจนเกินพอดี อย่าทำตัวแบบสบายๆ ช่างเขาปะไร นอนหลับไม่รู้นอนคู้ไม่เห็น ใครจะทำอะไร? ทำลายล้างบ้านเมืองกันอย่างไร? ก็ช่าง เพราะ...ฉันก็ลำบากอยู่แล้ว...หรือฉันก็สบายอยู่แล้ว...จะต้องไปยุ่งให้ลำบากมากกว่านี้ทำไม? เพราะไม่ใช่หน้าที่ หรือลูกหลานของชาติ จะถูกทำลายย้อมทา ด้วยเหล้ายา บาร์คลับ แสงสีเสียง จะมัวเมาอย่างไร? ก็ช่าง เพราะลูกฉันหลานฉันเอง ก็ยังห้ามไม่ได้เลย..! จะไปทำอะไร? กับผู้มีอำนาจบ้านเมืองก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงเฉยดีกว่า (หากคิดอย่างนี้ ทำตัวแบบนี้ ชีวิตจะยิ่งลำบากมากกว่านี้ คอยดูไปเถอะ) ผมอยากให้ทุกท่านทุกคน ไม่ว่าเด็ก-ผู้ใหญ่ ไม่ว่าเพศหรือวัย หรือฐานะจะดี หรือไม่ดี ก็ไม่เป็นไร ขอให้เราใช้สมอง คือ ปัญญา ใช้ปาก คือ วาจา ใช้จิต คือ ความบริสุทธิ์ใจของเรา แสดงออกทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อส่งเสริมหรือชี้แนะให้การสนับสนุน กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เขาทำงานกันอยู่ เพราะเขารู้ว่าเขามีหน้าที่ต้องดูแลชาติ (เพราะเขาสำนึกได้) หรือเป็นกำลังใจให้ ก็ถือว่าได้ทดแทนคุณแก่ชาติส่วนหนึ่งแล้ว เพราะผมเชื่อมั่นว่า ประเทศไทย จะหมุนเข้าสู่ "ยุคศิริวิไลซ์" เมื่อขึ้นรัชกาลที่ ๑๐ ตามคำทำนายของสมเด็จพระพ่อเจ้า โต พรหมรังสี อย่างแน่นอน...และถึงเวลานั้น จะปรากฏ พระเอกขี่ม้าขาว (หนังกลางแปลง--คนดูปรบมือดังลัื่่นสนั่นจอ) ...พระอิศวร หรือพระอินทร์แบ่งภาคลงมาเกิดเช่นเดียวกับกาลก่อน เพื่อปราบยุคเข็ญ ปราบฝ่ายอธรรม ให้ราบคาบ และพลิกฟื้นบ้านเมือง ให้เจริญรุ่งเรือง เป็นยุคศิริวิไลซ์ คนดีศรีอยุธยา ก็จะเกิดขึ้นมาอีกครั้ง และจะได้สมญานามว่า "จอมราชันย์แห่งกษัตริย์สยามนคร" ประเทศไทย จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น "ประเทศสยาม" ดังกาลก่อน (สมเด็จพระพ่อเจ้าฯ ตรัสไว้ เมื่อปี ๒๕๑๙)
|
|
|||||||||||||||||||||
|
ตามตารางเปรียบเทียบที่แสดงไว้ด้านบนนี้ บอกให้ทราบถึง ความเป็นมา ของ คนไทย ชาติไทย และประเทศไทย เป็นเมืองเก่าแก่โบราณ โดยมีผืนที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง มีผืนน้ำเป็นของตัวเอง มีภาษาเป็นของตัวเอง มีศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามเป็นของตัวเอง มาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน เป็นหมื่นหมื่นปีมาแล้ว ซึ่งสามารถค้นหาหลักฐานได้ เพราะฉะนั้น เราคนไทย ต้องภาคภูมิใจที่เรามีเชื้อสายสืบทอดรักษาผืนแผ่นดินนี้มา ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นไทย ลูกหลานไทยทุกคน จงตระหนักรักและหวงแหน แผ่นดินอันเป็นขวานทองสวยงามนี้ ด้วยเลือดเนื้อและชีวิต ให้คงอยู่คู่โลกนี้ ชั่วนิจนิรันดร์กาล.....!!! |
||||||||||||||||||||||