วันอาทิตย์ ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓
เรื่อง คำทำนายของสมเด็จพระพ่อเจ้าฯ เกี่ยวกับบ้านเมืองของเรา
เรียน สมาชิกเวบบอร์ด somdejto.com ทุกท่าน และผู้ที่ได้เข้ามาศึกษา วัตถุมงคล
ตามที่ประกาศลงไว้ในเวบ somdejto.com ได้พิจารณาข้อคิดเห็นของผม ในฐานะผู้ควบคุมดูแลเวบ somdejto.com และวัตถุมงคล ทั้งหลาย ที่ประกาศไว้ในเวบ (เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น) ได้ทราบ ได้เห็น ได้ไตร่ตรอง โดยใช้ปัญญาอย่างมีสติ อันที่จะพิจารณา และยิ่งกว่านั้น เมื่อใช้สติ ได้ใช้ปัญญาพิจารณาโดยรอบคอบแล้ว ท่านจะตัดสินใจอย่างไร? จะคิดอย่างไร? ก็เป็นเรื่องของท่าน ทางกายก็ดี ทางจิตก็ดี ก็เป็นเรื่องของท่าน เพราะทุกคนมีปัญญา มีอิสระในการคิดในการกระทำ ด้วยเหตุแห่งรัฐธรรมนูญได้ประกาศไว้ให้ปวงชนชาวไทยทุกคน มีสิทธิ์เสรีภาพ ภราดรภาพในการแสดงออก เรื่องของการคิด การเขียน การโฆษณา ซึ่งไม่ไปทำลาย ความคิด ความตั้งใจดีของบุคคล หรือส่วนรวม หรือสังคม หรือ ประเทศชาติ และแผ่นดิน ผมจึงขอเสนอ ข้อความ ที่เป็นความรู้ และกระตุ้น ดวงจิต ให้พวกท่านทั้งหลาย ได้พิจารณาตามหลักฐานที่ สมเด็จพระพ่อเจ้าฯ ได้เมตตาทรงสร้างเอาไว้ และได้บอกเหตุการณ์เรื่องของตัวบุคคล เรื่องของบ้านเมือง และเรื่องของพระศาสนาไว้ ดังต่อไปนี้:-

![]()
ข้อที่ ๑ สมเด็จพระพ่อเจ้าฯ ได้จุดไต้เข้าวังกลางวันแสกๆ ในสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงขึ้นครองราชย์ตามขนบธรรมเนียมประเพณี ตามกฎมณเฑียรบาลได้ระยะหนึ่ง ก็มีข่าวหนาหูว่า ไม่ได้เสด็จออกว่าราชการแผ่นดิน ตามระยะเวลา ตามจารีตประเพณี หลายครั้งหลายครา เป็นประจำ จึงมีความห่วงใยว่า สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงประชวรหรือมีเหตุอันใด เพราะมีความเคารพ เทิดทูน ผูกพัน ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างมาก จึงได้จุดไต้กลางวันแสกๆ เข้ามาขอเข้าเฝ้า
ทันใดนั้น ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระจอมเกล้า ได้ทราบเหตุว่า สมเด็จพระพ่อเจ้าฯ ได้จุดไต้เข้าวังกลางวันแสกๆ และขอเข้าเฝ้า จึงได้เสด็จออกมาต้อนรับ และตอบสมเด็จพระพ่อเจ้าฯ ไปว่า ขรัวโต ฉันรู้ ฉันรู้ ฉันรู้แล้ว ให้กลับไปเถอะ นั่นย่อมหมายถึงผู้มีอำนาจญาณบารมีใกล้เคียงกัน จะรับรู้ได้ ของดวงจิตที่แก่กล้าในการสั่งสมบารมี เรียกว่าปราชญ์ย่อมเข้าใจในปราชญ์ หรือที่เราเรียกว่า มองตาก็รู้ใจ เพราะเท่าที่ผมทราบ รัชกาลที่ ๔ เป็นภาคส่วนหนึ่งของสมเด็จพระพ่อเจ้าฯ ในการมาเกิดเพื่อแผ่นดิน และเพื่องานพระพุทธศาสนา (ขอขยายความนิดนึง เพื่อแผ่นดิน ให้หมายถึงว่า พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์ พระองค์แรกพระองค์เดียวในตะวันออกในเอเชีย ที่พูดภาษาอังกฤษได้ และพระองค์ท่านมีพระปรีชาสามารถ อ่านพูดเขียน ได้ถึง ๕ ภาษา ในสมัยพระองค์ครองราชย์ ในช่วงระยะเวลานั้น ฝรั่งทางฝ่ายยุโรป จะเป็นอังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส โปรตุเกส ล่าเมืองขึ้นในแถบเอเชีย ถือว่าเป็นเมืองที่ด้อยพัฒนา เป็นคนป่า อินเดีย พม่า ลาว เขมร ตกเป็นเมืองประเทศราช บริวารของอังกฤษ ฝรั่งเศส ไปเรียบร้อย เมื่อทราบข่าวว่ากษัตริย์ไทย คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชอัธยาศัย ที่น่าเคารพ น่าเทิดทูน น่าศึกษา น่าสนทนาด้วย จากกระแสข่าวที่พวกพ่อค้าวานิช หรือมิชชั่นนารี ทั้งหลายได้ส่งข่าวกลับไปยังบ้านเมืองของตน ว่ากษัตริย์พระองค์นี้ไม่เหมือนกับกษัตริย์พระองค์ใดในเอเชีย มีความนอบน้อมถ่อมตน มีความเคารพในสิทธิและเสรีภาพ ยิ่งกว่านั้น ให้การต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาเยือน หรือเข้ามาประกอบการค้า หรือเข้ามาเผยแพร่พระศาสนาอย่างเต็มที่ จึงทำให้กษัตริย์ต่างๆที่มุ่งหวังจะเอาประเทศไทยเป็นประเทศราช เป็นเมืองขึ้น จึงกระทำไม่ได้ ประเทศไทยจึงอยู่ได้จนกระทั่งทุกวันนี้)


![]()
ข้อที่ ๒. ทรงจุดไต้เข้าวังในสมัยที่ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงพระเยาว์ เมื่อไปพบสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ท่านเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งที่ให้ความเคารพนับถือสมเด็จพระพ่อเจ้าฯมาก ก็ได้ถามว่า ...เจ้าประคุณสมเด็จ มีปัญหา มีความคับข้องใจอย่างไร? จึงได้จุดไต้เข้ามาพบ ทั้งๆ ที่เป็นเวลากลางวัน
สมเด็จพระพ่อเจ้าฯ ในขณะนั้น ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๑๑ ก็ได้ตรัสตอบ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ว่า ... เห็นบ้านเมืองมืดมน ตามข่าวที่ได้รับมาว่า จะมีการยึดอำนาจ ในการที่จะไม่ให้มีกษัตริย์ สืบราชวงศ์ ลูกศิษย์ ลูกหา จำนวนมากได้ มาบอก มาเล่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว หลายเรื่องหลายราวมาก จึงทำให้อาตมาภาพ มีความรู้สึกห่วงใย ต่อบ้านเมือง ต่อราชบัลลังก์ จึงได้มาขออนุญาตพบท่านสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ในวันนี้ เมื่อ สมเด็จพระพ่อเจ้าฯ ตรัสจบลง สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ก็กราบ และได้ให้คำมั่นสัญญาว่า ตราบใดที่ข้าพเจ้า มีชีวิตอยู่ จะดูแลรักษาราชบัลลังก์นี้ไว้ให้กับสมเด็จพระยุพราช ได้ขึ้นครองราชย์สมบัติตามกฎมณเฑียรบาล ราชประเพณีสืบต่อไป ขอองค์เจ้าประคุณสมเด็จอย่าได้วิตกกังวลไปเลย ขอรับกระผม
เมื่อสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ได้ตรัสตอบให้คำมั่นสัญญา สมเด็จพระพ่อเจ้าฯ ก็ขอบใจ และขอฝากให้ช่วยดูแล บุคคลที่คิดไม่ดีไม่งาม บุคคลที่คิดทำลายราชบัลลังก์ ให้อยู่ในสายตาของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ และขอให้รักษาคำมั่นสัญญานี้ไว้จนชั่วชีวิต
ข้อที่ ๓ ปริศนาธรรมที่ยิ่งใหญ่ ทรงสร้างไว้ และตกมาถึงมือกระผม ในขณะนี้ โดยมีหลักฐานเป็นแผ่นจารึกอย่างชัดเจน เรื่องพระเจดีย์ล้ม ที่วัดละครทำ เขตบางกอกน้อย ธนบุรี กรุงเทพมหานคร


ในแผ่นจารึก ได้วาดรูปพระเจดีย์ล้ม ได้วาดดวงกำหนดฤกษ์ในการสร้างวัตถุมงคล พระเจดีย์ล้ม ดั่งที่สมาชิก หรือผู้เข้าชมเวบได้พบได้เห็นแล้ว ตามแผ่นจารึกที่ทรงบอกไว้ชัดเจนว่า ในวันหนึ่งข้างหน้า ในวันกาลข้างหน้า พระศาสนาจะเสื่อมลง ปรกติการสร้างพระเจดีย์นั้น ต้องสร้างฐานตั้ง มีฐานกว้าง ฐานใหญ่อย่างที่เราเห็นกันทั่วไปในทุกวัดวาอาราม หรือมักจะพูดว่า ทรงเจดีย์ เหมือนกับไม้เรียวหวดฟ้า โคนจะใหญ่ปลายจะเรียวเล็กขึ้นไป ปริศนาธรรมข้อนี้เป็นจริง ระยะเวลาตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๐๙ มาถึงวันนี้ ระยะเวลาประมาณ ๑๕๐ กว่าปีแล้ว เป็นที่ปรากฏโดยชัดแจ้งว่าเป็นจริง (พระเจดีย์ได้ถูกรื้อหมดแล้ว) เพราะ
เสื้อแดงเกิดประท้วงชุมนุม ทำให้เศรษฐกิจเสียหายวุ่นวายมาก ยิ่งกว่านั้นทหารที่เข้ามาระงับเหตุต้องมาถูกยิงตายจำนวนมากมาย ประชาชนถูกยิงตายและบาดเจ็บจำนวนมากมาย ด้วยอาวุธสงคราม เอ็ม ๗๖ เอ็ม ๗๙ ซึ่งไม่สามารถจะปิดบังได้ ใครจะมองอย่างไร ใครจะคิดอย่างไร ก็เป็นสิทธิเสรีภาพโดยชอบธรรม การประท้วงประชาธิปไตยทุกคนมีสิทธิ์ประท้วง หากกระทำโดยปราศจากอาวุธ ไม่ไปทำลายสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น จนเกินพอดี ดังที่เราได้ทราบกัน ว่ามันเกิดขึ้นจริง และในจำนวนผู้มาชุมนุมที่น่าสังเกตและน่าตกใจมาก ก็คือ ผู้ห่มผ้าสีเหลืองแล้วโกนหัว (ผมไม่เรียกว่า พระ ความจริงเป็นเพียงได้ชื่อว่า สมมติว่าเป็นพระ หรือเรียกว่าสมมติสงฆ์) ได้มาร่วมชุมนุมและประกาศตัวโดยชัดเจน คนประเภทนี้มีจำนวนมากเหลือเกินที่เข้ามาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย และผมออกจะงุนงงมากๆ ตรงที่ มีท่านหนึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่เคารพของคนจำนวนมาก ที่เข้าสู่ขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตย ท่านผู้นี้มีชื่อเสียงมาก มีลูกศิษย์ลูกหามาก ไม่ทราบว่ากินยาผิดหรืออย่างไร? ป่วยเป็นอะไร? ป่วยทางกาย หรือป่วยทางจิต ต่อมความคิดได้เปลี่ยนความรู้สึก ไม่ได้สำนึกถึงคำตรัสสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยมีข้อความสั้นๆว่า พระภิกษุผู้เป็นเนื้อนาบุญของสัตวโลก เป็นที่พึ่งแก่สัตวโลก และบุคคลเหล่านั้นไม่ได้สำนึก แม้แต่นิดเดียวว่า ตนเองนั้นได้โกนผม โกนหนวด โกนเครา ผิดจากฆราวาสผู้ครองเรือนไปแล้ว ทำหน้าที่ผู้ให้พระธรรมคำสั่งสอน เป็นจารีตประเพณีของไทยแท้แต่โบราณมา ได้ร่วมขบวนการ อย่างชนิดที่เรียกว่า เย้ยฟ้าท้าศาสนา เย้ยฟ้าท้าสายตาของพุทธศาสนิกชนผู้ใฝ่ดี ไม่ยึดคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า ว่าตนเองนั้นผิดจากฆราวาสไปแล้ว ต้องสำนึกหรือตรองอยู่เสมอๆ ว่า ตนเองเป็นที่พึ่งแก่ชาวบ้าน โปรดสัตว์ก็ต้องขอด้วยอาการนิ่งเฉย พูดไม่ได้ว่า โยมขอไก่ทอด ขอข้าวเหนียวส้มตำ หรือ ขออาหารฝรั่ง ฯลฯ ผู้ภิกขาจาร หมายถึง ผู้ขอด้วยอาการสงบ เธอจะได้รับอะไรมาอย่างไร ที่ชาวบ้านเขาศรัทธา ก็ต้องบริโภค หรือฉัน เพื่อให้กายนี้ดำรงอยู่ได้ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม (ไม่ใช่มีห้องแอร์นอน ไม่ใช่มีบริวารที่ออกไปทำงานในทางโลก ไม่ใช่มีเมีย มีลูก ไม่ใช่โกงอย่างชัดเจน เรื่องทรัพย์สินเงินทอง เรื่องที่ดิน จ้างวานฆ่าทั้งในวัดและนอกวัด เป็นที่รู้กัน)
บุคคลที่ออกมากระทำการ ภาพปรากฏโดยชัดเจน ว่า แต่งจีวรเป็นพระ บางคนก็ห่มดอง บางคนก็ห่มลดไหล่ หรือยิ่งกว่านั้นบางคนขึ้นเวที โบกธงสีแดง สวมแว่นตาสีดำ บางคนไม่ได้ขึ้นเวทีแต่เดินอยู่ในขบวน บางคนยืนดูอยู่หน้าเวที สวมแว่นตาสีดำ มีบัตรประจำตัวห้อยคอ และแขนข้างขวาผูกผ้าสีแดง แถมซ้ำสูบบุหรี่ด้วย ไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อความรู้สึกของผู้ที่เอาอาหารไปใส่เลี้ยงเพื่อดำรงชีวิตอยู่ได้ (น่าทุเรศเป็นอย่างมาก)
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่สมาชิกได้รู้ได้เห็นกันแล้ว ศาสนาเสื่อมจากมนุษย์พวกนี้นี่เอง
ข้อที่ ๔ หลายคนเข้ามาพบผม แม้กระทั่งเมื่อไม่กี่วันมานี้ ก็ยังมีคำถามซึ่ง ไม่แน่ใจว่า เป็นจริงแค่ไหน? คำถามนั้นก็คือ ถามว่า สมเด็จพระพ่อเจ้าฯ ทรงทำนายไว้ ว่า มีแค่ ๙ รัชกาล ไม่มีรัชกาลที่ ๑๐ มันจริงแค่ไหน?
ผมได้ตอบแขกไปหลายคน และโดยเฉพาะเมื่อไม่กี่วันนี้ เป็นแขกผู้หญิงมีอายุ ๕๐ กว่า มีฐานะแต่งตัวดี ทำงานทำการ มีอาชีพที่มั่นคง ลูกเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง มีลูกสาว ๒ คน ลูกชาย หนึ่งคน ลูกสาวไปเรียนเมืองนอกมา มีหน้าที่การงานดี บางคนกำลังเรียนอยู่ที่เมืองนอก ผมไม่ได้สนใจว่าเธอผู้นี้มีชื่อว่าอะไร เพราะผมไม่ได้สนใจเรื่องชื่อ หรือตระกูล หรือการดำรงชีวิตอยู่ของใคร เพียงแต่ถามว่า คุณมีปัญหาอะไร? หรือมีข้ออยากจะพูดคุยกับผม ก็ให้บอกมา
เธอก็บอก ว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ได้ทำนายทายทักว่า มีแค่ ๙ รัชกาลจริงหรือไม่?
ผมก็ตอบว่า เท่าที่ผมทราบ ท่านทำนายไว้ถึงรัชกาลที่ ๑๐ และผมก็เคยถามท่านว่า มีแค่ ๑๐ รัชกาลหรือ? สมเด็จพระพ่อเจ้าฯ ตรัสว่า มี ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ และสืบต่อไปอีกหลายพระองค์
ผมก็ย้ำถามว่า ในราชวงศ์รัตนโกสินทร์วงจักรี นี้ใช่หรือไม่? ท่านก็ตอบว่า ใช่ คำทำนายนั้นมี ดังนี้ :-
๑. มหากาฬ
๒. ภาณยักษ์
๓. รักมิตร
๔. สนิทธรรม
๕. จำแขนขาด
๖. ชาติโจร
๗. ชนร้องทุกข์
๘. ยุคทมิฬ
๙. ถิ่นตาขาว (ฝรั่ง, ตาฝรั่ง)
๑๐. ชาวศิริวิไลซ์
ผมก็อธิบายให้เขาฟังว่า ๑ มหากาฬ ๒ ภาณยักษ์ ๓ รักมิตร นี่ หมายถึงอย่างไร อย่างไร และรัชกาลที่ ๙ ถิ่นตาขาว คุณจะเห็นว่า หลายคนว่า กาขาว ที่มาถามผม กาขาวมีจริง เพราะมีบันทึกที่สมเด็จพระพ่อเจ้าฯ บันทึกไว้เรื่อง กาขาว แต่คำทำนายนี้ คำว่า ตาขาว หมายถึงฝรั่งที่จะเข้ามาในรัชกาลที่ ๙ มากมายก่ายกอง แล้วก็จริง เราจะเห็นว่าพื้นที่ของประเทศไทย ฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น เข้ามามีสิทธิ์ สร้าง ซื้อ สถานที่ตากอากาศ คอนโด เต็มไปหมด ธนาคารในประเทศ ผมไม่แน่ใจว่ามีธนาคารใดเหลืออยู่บ้างที่ฝรั่งไม่ได้ซื้อ นี่คือถิ่นตาขาว
เทคโนโลยีต่างๆที่เข้ามาสู่ประเทศไทย เพราะผู้มีอำนาจเงิน ผู้มีอำนาจทางราชการ ผู้ทำการค้าที่ผูกพันเกี่ยวกับผู้มีอำนาจทางการเมือง ได้สั่งพวกสื่อสารอย่างครึกโครม ด้วยแสงสีเสียงเข้ามาย้อมทาจิตใจ เปิดบาร์ เปิดผับกันมากมายก่ายกอง ขายซีดี วีซีดี ขายอาหาร จะเป็น บิ๊กซี โลตัส คาร์ฟูร์ เคเอฟซี แล้วก็ขนเงินออกต่างประเทศ นี่คือตาขาว ถิ่นตาขาว มาหากินกันเป็นล่ำเป็นสัน คำว่าถิ่นตาขาวนี่ ยังมีเรื่องของบ้านเมือง ผมขอใช้คำพูดตามเขาว่า ล๊อบบี้ยีสต์ ได้มาทำข่าวบิดเบือนจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เมื่อไม่กี่วันนี้ก็เป็นที่รู้กัน
นอกจากนี้ยังมีสื่อลามก แม้กระทั่งเวบของผม ยังมีพวกเดรัจฉาน ที่ใช้ชื่อเป็นฝรั่ง ขอสมัครเข้ามาเป็นสมาชิก ทีแรกผมก็ไม่ทราบ ด้วยใช้ความซื่อตรง แล้วก็เปิดเข้ามาดูตามที่เขาบอกเวบไซด์ของเขา จึงเข้าไปดู ปรากฏเป็นเวบลามก จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ลบทิ้ง ทุกวันนี้ก็ยังเข้ามา ก็ต้องลบทิ้งไปเรื่อยๆ เพิ่มภาระ ทั้งที่บอกชัดเจนว่าเวบนี้เป็นอย่างไร
พวกสื่อต่างๆ ที่เข้ามาทำลายแม้กระทั่งประเพณีนิยม และวัฒนธรรมของชาวไทย ทำลายคุณธรรมทางด้านศาสนา ทำลายจิตใจของพ่อแม่ที่มีเด็กในปกครอง ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ต้องปล่อย ถ้าทะเลาะเบาะแว้ง ก็ต้องตบตี พ่อแม่ ต้องเลี้ยงอย่างลูกบังเกิดเกล้า เราจะรู้โดยทั่วไปว่า เด็กๆ รุ่นหลังนี้เปอร์เซ็นต์สูงเหลือเกินที่ไม่อยู่ในศีลธรรม จารีตประเพณีของไทย เช่นไปอยู่ตามหอพัก หอพักชายก็มีหญิงอยู่ หอพักหญิงก็มีชายอยู่ อพาร์ทเมนต์ หรือคอนโดต่างๆ จะเห็นได้ชัดเจนว่าจริยธรรม ถูกย้อมทาเยาวชนของชาติไปแล้ว เหตุเกิดจากผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเห็นแก่ได้ ไม่ได้คำนึงถึงว่าแผ่นดินนี้สวยที่สุดในโลก จะหาแผ่นดินไหนที่มีความสุขได้เท่าเทียมกับประเทศไทยนี้ไม่มี
เมื่อฝรั่งตาน้ำข้าวเข้า หรือบุคคลต่างชาติเข้ามาหากินในเมืองไทยกันมาก ประเพณีต่างๆ คุณธรรมต่างๆ ก็เสื่อมถอยลงไป และน่าห่วงมาก เด็กๆ ซึ่งจะเป็นกำลังของประเทศชาติในอนาคต เราผู้เป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน ยากแก่การเยียวยารักษาแล้ว หลายคนพูดมา ผมเองยังเชื่อว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิปาฏิหาริย์คอยดูแลอยู่ และจะมีผู้มีบุญญาธิการมาดูแลบ้านเมือง หรือที่เรียกว่า พระเอกขี่ม้าขาว ขอให้อดใจรอไปเถอะครับ
เมื่อมีคนรู้มาเล่าให้คุณฟัง เรื่องมีแค่ ๙ รัชกาล เขาอาจจะรู้จริงหรือรู้ไม่จริงก็ได้ แต่การรู้ทำให้คนเหล่านั้นเกิดการหลง แล้วก็เชื่อ บ้านเมืองย่อยยับอัปรา ความเสียหายเกิดขึ้น ก็เพราะปากต่อปากพูดกันไป เพราะความรู้ไม่จริง และเข้าใจผิด และร่วมมือกันทำลายบ้านเมืองพระศาสนา
ข้อนี้ขอฝากให้ทุกคนที่เข้ามาในเวบ ช่วยกันพิจารณา ว่า ถึงเวลาแล้วหรือยัง? พวกเราที่เป็นเจ้าของประเทศ พวกเราที่สะสมวัตถุมงคลของสมเด็จพระพ่อเจ้าฯ พวกเราที่เคารพนับถือสมเด็จพระพ่อเจ้าฯ ด้วยหัวใจ จะช่วยกันดูแลบ้านเมือง จะช่วยกันดูแลพระพุทธศาสนาอย่างไร? ในสมัยที่สมเด็จพระพ่อเจ้าฯ ยังมีพระชนมชีพอยู่ ทรงดูแลบ้านเมืองมาโดยตลอด ผมจึงขอฝากข้อคิดนี้ไว้
สำหรับข้อ ๑๐ ชาวศิริวิไลซ์ คำทำนายของพระองค์ท่านมีว่า เมื่อขึ้นรัชกาลที่ ๑๐ บ้านเมืองจะเข้าสู่ยุคศิริวิไลซ์ และให้หมายถึงว่า ขนบธรรมเนียมของประเทศไทย จะกลับเข้ามาสู่แผ่นดินนี้อีกครั้ง ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ผู้คนหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ในการประกอบอาชีพ ทำธุรกิจ ข้าราชการทุกหมู่เหล่า ไม่เอารัดเอาเปรียบ กันจนเกินพอดี อย่างชนิดที่ว่า ข้าฯได้ก็แล้วกัน (ใครไม่ได้ข้าฯก็ไม่สน ข้าฯรวยก็แล้วกัน ใครจะจนอย่างไร ก็เป็นเรื่องของใคร )
จะเห็นว่า ตามคำทำนาย ข้อ ๑ ถึง ข้อ ๙ มันตรงหมดทุกเรื่อง ตามที่ท่านได้ทำนายไว้ หรือพยากรณ์ไว้ เมื่อขึ้นรัชกาลที่ ๑๐ ผมเชื่ออย่างมั่นใจว่า บ้านเมืองต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีงาม ไปในทางสร้างสรรค์ สิ่งใดที่เลวร้ายทั้งหลาย จะค่อยๆ เสื่อมไป และหมดไป เพราะผมเชื่อมั่นในคำตรัส คำสอนของพระองค์ท่าน และเชื่อมั่นในสมาธิที่ผมพบมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ว่า บ้านเมืองจะเข้าสู่ กุลียุค และเรื่องทั้งหมดไม่มีทางหลีกเลี่ยง ต้องเกิดขึ้น เพราะความไม่ดีสะสมไว้เป็นระยะเวลาอันยาวนานแล้ว ตั้งแต่ไปขออำนาจจากรัชกาลที่ ๗ มา จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ไม่เห็นนักการเมืองที่ดีๆ ทำเพื่อบ้านเมืองเลย ท่าดี แต่ ทีเหลว ทั้งนั้น หลายรัฐบาลมาแล้ว และทรงเมตตาตรัสบอกไว้ด้วยว่า เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นที่ภาคใต้ก่อน แล้วลามเข้าสู่กรุงเทพ และลามไปทั่วประเทศไทย ประเทศไทยขณะนั้นเกิดความยุ่งเหยิงวุ่นวาย ต้องล้างกันเป็นบาง เผาไหม้เป็นจุล มหาจุล เข้าสู่ลักษณะที่โบราณกล่าวไว้ว่า ข้าวยากหมากแพง กุลียุค หรือคำพังเพยที่ว่า ฝนตกขี้หมูไหล คนจัญไรมารวมตัวกัน
เราจะเห็นได้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ เรื่อยมา จนถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ทหารล้มตายและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ผู้คนบาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนมาก ตึกรามบ้านช่องถูกเผา กิจการค้าก็ตกไป คนที่รักก็จากไป ที่ทำกินไม่มี หาเช้ากินค่ำ ร้องไห้ ก่นด่าผู้ที่ทำลาย ผมได้ยินโดยชัดแจ้งจากทีวี ว่า ทำไมจึงต้องมาเผาบ้านฉันด้วย คุณสู้กับการเมืองคุณก็ไปเผาบ้านนักการเมืองซิ ทำไมต้องมาเผาที่ทำกินของฉันด้วย เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า เขาลำบาก และเขาร้องไห้ บางคนประกาศเลยฉันไม่กลัว เอาชื่อเสียงของฉัน ลงไปด้วย ฉันไม่กลัว ทำไม ฉันต้องหาเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว แม่ฉันก็ป่วย ฟัง เห็น เศร้าใจ ผมเอง ผมเป็นตัวของตัวเอง ไม่ได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพล หรือความคิดเห็นของใคร ทั้งมนุษย์และอมนุษย์ ไม่มีใครมาบีบบังคับผม ให้เป็นไปตามที่เขาต้องการได้ ผมเป็นตัวของตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เดินสู่ทางธรรมเมื่ออายุ ๓๖ ขณะนี้อายุ ๗๒ ย่อมมีประสบการณ์ ได้เห็น ได้ยินมาเยอะ มั่นใจว่า บ้านเมืองต้องกลับเข้าสู่สภาพปกติ และก็ยิ่งใหญ่กว่าปัจจุบัน ทุกคนหน้าตาผ่องใส และไปทางไหนก็มีแต่รอยยิ้ม ดั่งที่ประเทศไทยได้รับการขนานนามว่า สยามเมืองยิ้ม ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ความผูกพัน ความเอื้ออาทรต่อกันจะสูง เพราะผมเชื่ออย่างมั่นใจ และขอย้ำว่า จะมีผู้มีบุญญาธิการมาเกิด กระทำการรักษาแผ่นดินนี้ไว้ เช่น ประเทศไทยเคยย่อยยับอัปรามาเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นต่อตอนกลาง ก็มีผู้มีบุญญาธิการ มาระงับเหตุแล้วก็แก้ไขได้สำเร็จ คือสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทำให้ศัตรูในประเทศต่างๆ ไม่กล้ามารุกรานประเทศไทย ถึง ๑๕๐ ปี ปลายกรุงศรีอยุธยาก็มีผู้มีบุญญาธิการมาเกิด สามารถขับไล่พม่า ศัตรูออกไปจากดินแดนประเทศไทย โดยล่องเรือมาจากจันทบุรี มาสว่างที่ วัดแจ้ง หรือวัดอรุณฯ ในปัจจุบัน และขับไล่พม่าที่โพธิ์สามต้นออกไป คือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และผมก็เชื่ออย่างมั่นใจว่า ราชวงศ์จักรีนี้ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ขับไล่พวกคนไม่ดีออกไป และปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์เป็นพระองค์แรก ดำรงอยู่ในฐานะทศพิธราชธรรมมาโดยตลอด รัชกาลที่ ๒ ๓ ๔ ก็เช่นเดียวกัน และที่สำคัญ ผลงานอันยิ่งใหญ่ที่ประทับใจคนทั้งประเทศคือ รัชกาลที่ ๕ จึงได้รับการถวายพระนามว่า พระปิยมหาราช พระปิยมหาราช คือพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย รัชกาลที่ ๖ เป็นกษัตริย์นักปราชญ์ที่สามารถประกาศตัดสินใจ ประกาศเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๑ ร่วมกับอเมริกา ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ ขวัญหนีดีฝ่อว่า อเมริกาจะต้องแพ้รัสเซีย ฮังการี คิดว่าพระองค์ท่านต้องตัดสินใจผิด คิดว่าต้องแพ้สงครามแน่นอน แต่สายพระเนตร อันแหลมคม และเห็นชัดแจ้งอย่าง อย่างต้องบอกว่า เห็นด้วยจิต เห็นด้วยการศึกษา เห็นด้วยพระปรีชาสมารถ จึงได้ประกาศร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๑ ประกาศที่ท้องสนามหลวง และส่งทหารไทยไปสู้รบ กับพันธมิตร ถึงฝรั่งเศส และจะเข้ารัสเซียแล้วด้วยซ้ำ สงครามก็ยุติลง
จะเห็นได้ว่า ไทยประเทศนิดเดียวก็ได้รับสิทธิมากมายก่ายกอง เช่นเดียวกับประเทศใหญ่ๆ ในฐานะผู้ชนะสงคราม นั่นบอกให้รู้เป็นเพราะผู้มีบุญญาธิการมาเกิด ได้ปกครองประเทศชาติมาอย่างร่มเย็น เริ่มฝึกคนไทยให้รู้จัก การปกครองตัวเองแบบประชาธิปไตย สร้างเมืองดุสิตธานีขึ้น ฝึกการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบเดียวกับยุโรป พระองค์ท่านสวรรคตไป รัชกาลที่ ๗ ก็ดำเนินการต่อตามพระเชษฐาธิราช มีการฝึกผู้คนเพื่อจะมอบอำนาจการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตยให้ แต่คนยุคนั้นไม่พอใจ อยากได้อำนาจ จึงรวมตัวกันใช้คำว่า คณะราษฎร์ ไปขออำนาจจากพระองค์ พระองค์ต้องเสียสละ เมื่อมาขอก็ให้ ยิ่งกว่านั้นยังไม่พอ ยังไปขอเงินในท้องพระคลังมาใช้อีก พระองค์ท่านก็ให้ ทรงสลดพระทัยมาก จึงประกาศสละราชสมบัติ ไปอยู่ต่างประเทศ (จึงเป็นอาถรรพ์ ทำให้การเมืองในประเทศไทย ระบอบประชาธิปไตยวิบัติจนถึงทุกวันนี้) และก็มีรัชกาลที่ ๘ รัชกาลที่ ๙ จนถึงปัจจุบันนี้ นั่นบอกให้รู้ว่า คนดีศรีสยามจะเกิดขึ้นทุกขณะ เมื่อมีเหตุการณ์อะไรเลวร้ายเกิดขึ้น ผู้มีบุญญาธิการก็จะเข้ามาแก้ไขให้ดีขึ้น ผมทราบมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นเวลา ๓๐ กว่าปีแล้ว ว่า จะมีผู้มีบุญญาธิการมาเกิดและก็รักษาแผ่นดินนี้ไว้ได้ และผู้มีบุญญาธิการท่านนี้ ได้แบ่งภาคมาเกิดจากภาคส่วนขององค์อินทราธิราชเจ้า หรือพระอิศวร หรือพระอินทร์ พร้อมด้วยบริวาร โดยใช้คำว่า จัดการอลงกรณ์มาเกิดเพื่อบ้านเมือง และจะนำพาประเทศไทย เข้าสู่ความเป็น ศิริวิไลซ์ ตามที่สมเด็จพระพ่อเจ้าฯ ได้ทรงทำนายไว้
ผมเชื่ออย่างมั่นใจว่า อีกไม่นานเกินรอ เราจะได้เห็นความระทึกใจ ที่พระเอกขี่ม้าขาว (หนังกลางแปลงสมัยผมเป็นเด็ก) ตบมือกันเสียงลั่นสนั่นจอ เมื่อทุกคนตะโกนเรียกให้พระเอกออกมาช่วย ให้ออกมาระงับเหตุการณ์ความชั่วร้ายทั้งหลาย ผมนั่งรอวันนั้นอยู่ และผมเชื่อว่าหลายคนคงคิดคล้ายๆกับผมตรงที่ว่า อยากให้มีผู้เข้ามาช่วยเหลือบ้านเมืองในขณะนี้ มาปราบยุคเข็ญ
ถ้าพวกเราที่เข้าชมเวบ มีอะไรจะคุยกับผม ก็โทรศัพท์เข้ามาได้ ที่ เบอร์โทรศัพท์ 08-1794-8067, 08-5178-0149 แต่ขอไว้ว่า คนหนึ่งไม่เกิน ๓ นาที ถ้าอยากได้มากกว่านั้นก็เข้ามาพบผมได้ ที่สำนักธรรมพรหมรังสี โดยแจ้งล่วงหน้าก่อน เพราะผมมีงานเยอะพอสมควร
ขอบคุณมากครับ
จาก...อาจารย์ระฆัง